เคล็ดวิชาสำนักเศร้าหลิ่ม

หลังจากที่สำนักเศร้าหลิ่มได้ก่อรูปก่อร่างขึ้นเมื่อราว 1-2 ปีที่ผ่านมา บรรดาศิษยานุศิษย์ของสำนักนี้ได้แสดงเพลงยุทธ์มากมายเพื่อทำลายคู่ต่อสู้ มีทั้งเพลงยุทธ์ที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปทั้งที่ใช้เฉพาะคราวคับขัน มีทั้งเพลงยุทธ์ที่พลังทำลายล้างน้อยระดับหยิกหยอกไปจนถึงระดับที่สามารถปลิดชีวิตคู่ต่อสู้

เพลงยุทธ์ยอดนิยมจำนวนหนึ่งได้ถูกรวบรวมไว้ใน “สุดยอดเคล็ดวิชาสำนักเศร้าหลิ่ม” ซึ่งประกอบด้วยกระบวนท่าทั้งสิ้น 12 กระบวนท่า ดังต่อไปนี้…

ปลดปล่อยทวยทาส

1. ปลดปล่อยทวยทาส

ระดับความรุนแรง: 1
ระดับความคุ้มคลั่ง: 1
ระดับการใช้เหตุผล: 4

ศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มมักจะอ้างเสมอว่าผู้ที่มีความเห็นต่างจากตนนั้นเป็นเพราะคลั่งไคล้ หลงใหล หรือตกเป็นทาสแนวคิดแบบตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นลัทธิวัตถุนิยม ลัทธิทุนนิยม ลัทธิปัจเจกนิยม ลัทธิเสรีนิยม หรือแม้แต่การปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งไม่เหมาะกับสังคมไทยโดยสิ้นเชิง

 

 

 

 

 

บำราศสื่อชั่ว

2. บำราศสื่อชั่ว

ระดับความรุนแรง: 1
ระดับความคุ้มคลั่ง: 1
ระดับการใช้เหตุผล: 4

ศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มมักจะตำหนืผู้ที่เห็นต่างจากตนว่าได้รับข้อมูลที่ “ไม่เหมาะสม” หรือไม่ก็ถูก “แกนนำ” หรือ “สื่อชั่ว” ปลุกปั่นให้มีแนวคิดหรือพฤติกรรมที่ “ผิดเพี้ยน” ไปจากคน “ทั่วไป” โดยศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มไม่ฉุกคิดเลยว่าเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอาจเกิดขึ้นกับตนเองมานานแล้วผ่านกิจกรรมชวนเชื่อต่างๆ

 

 

 

 

ด่ามั่วจิปาถะ

3. ด่ามั่วจิปาถะ

ระดับความรุนแรง: 1
ระดับความคุ้มคลั่ง: 1
ระดับการใช้เหตุผล: 1

ความสามารถอันโดดเด่นประการหนึ่งของบรรดาศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มก็คือสามารถหยิบฉวยเอาประเด็นไม่สำคัญหรือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มาขยายความหรือวิพากษ์วิจารณ์ให้กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตได้ ดังเช่นการวิจารณ์เพศ เสื้อผ้าหน้าผม รองเท้าบู๊ต ภาษาอังกฤษ และลายมือของนายกรัฐมนตรีว่ามีส่วนสำคัญยิ่งยวดต่อความอยู่รอดของประเทศ

 

 

 

 

หายนะชนบท

4. หายนะชนบท

ระดับความรุนแรง: 2
ระดับความคุ้มคลั่ง: 2
ระดับการใช้เหตุผล: 3

ศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มมักมีความรู้สึกระคนต่อความเป็นบ้านนอก ทั้งชื่นชม รังเกียจ และเวทนา พวกเขามักจะกล่าวเสมอว่าประชาชนที่ออกมาเรียกร้องหรือแสดงความคิดเห็นทางการเมืองนั้นเป็นผู้ไร้เดียงสาที่ถูกนักการเมืองหลอกหรือจ้างมา โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือปราศจากความต้องการมีส่วนร่วมทางการเมืองที่แท้จริง คำถามยอดนิยมของศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มก็คือ “รู้หรือเปล่าว่าประชาธิปไตย/สิทธิ/เสรีภาพคืออะไร” หรือไม่ก็มักจะบอกว่า “ชาวบ้านพวกนี้ยากจนอยู่แล้ว ยังออกมาเดินขบวน/ชุมนุม ควรจะกลับไปทำมาหากินให้พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องดีกว่า” เป็นต้น

 

ขุดโคตรการศึกษา

5. ขุดโคตรการศึกษา

ระดับความรุนแรง: 2
ระดับความคุ้มคลั่ง: 3
ระดับการใช้เหตุผล: 3

ศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มสำคัญว่าตนเป็นผู้ได้รับการศึกษา(ตามระบบ)อย่างดีเลิศกว่าใครในปฐพี ทั้งเชื่อมั่นและยึดมั่นว่าบรรดาความรู้ตามหลักสูตร(ในระบบที่ออกแบบโดย “พี่เบิ้ม”)และคำอบรมสั่งสอนของคณาจารย์นั้นจริงแท้ตลอดกาลอย่างหาที่สุดมิได้และเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องพึงปรารถนา พวกเขาจึงมักดูถูกผู้ที่มีโอกาสทางการศึกษา “น้อยกว่า” หรือมีการศึกษา “ต่ำกว่า” เมื่อมีผู้ตั้งคำถามหรือวิจารณ์ “ความรู้” และ “ความจริง” ที่พวกเขาได้รับการปลูกฝังมาก็จะเดือดดาลและสบถใส่ผู้นั้นอย่างไม่ไว้หน้า

 

 

ธรรมะทิ่มแทง

6. ธรรมะทิ่มแทง

ระดับความรุนแรง: 3
ระดับความคุ้มคลั่ง: 3
ระดับการใช้เหตุผล: 3

หากศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มพบว่าไม่อาจโจมตีคู่ต่อสู้ด้วยระดับการศึกษาได้ ก็จะหันมาใช้กระบวนท่าที่เป็นนามธรรมมากขึ้น ซึ่งก็คือการโจมตีเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ศาสนธรรม บรรทัดฐาน หรือค่านิยมของคู่ต่อสู้ บรรดาศิษยานุศิษย์มักจะตำหนิผู้ที่เห็นต่างจากคำสอนสำนักเศร้าหลิ่มว่าเป็นพวกพ่อแม่ไม่สั่งสอน ครอบครัวแตกแยก/ไม่อบอุ่น ไม่มีจริยธรรม คุณธรรมต่ำ ไม่ยึดมั่นในธรรมหรือคำสอนของพระพุทธองค์ หรือไร้ศาสนา เป็นต้น

 

 

 

สีแดงแหลกล่ม

7. สีแดงแหลกล่ม

ระดับความรุนแรง: 3
ระดับความคุ้มคลั่ง: 4
ระดับการใช้เหตุผล: 2

ศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มรังเกียจและอาฆาตแค้นจอมยุทธ์เสื้อแดงเป็นอย่างยิ่ง วาทกรรมอมตะที่ใช้กล่าวหาคนเสื้อแดงก็คือควายแดงซึ่งเป็นลิ่วล้อที่รับงานทักษิณมาเพื่อสร้างความวุ่นวาย ทำลายความสามัคคี เผาบ้านเผาเมือง ขายชาติ และล้มเจ้า  ศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มมักจะกุเรื่องขึ้นมากล่าวหาหรือใส่ร้ายป้ายสีคนเสื้อแดงเพื่อกระตุ้นให้เกิดความเกลียดชังยิ่งๆ ขึ้นไป จนนำไปสู่การทำลายล้างในที่สุด

 

 

 

ถล่มสถานทูต

8. ถล่มสถานทูต

ระดับความรุนแรง: 4
ระดับความคุ้มคลั่ง: 4
ระดับการใช้เหตุผล: 2

ในยามปกติ ศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มคือผู้รับข้อมูลข่าวสาร/แนวคิด และบริโภคสินค้าและวัฒนธรรมของต่างชาติมากกว่ากลุ่มคนอื่นใดในประเทศ แต่เมื่อมีชาวต่างชาติ สื่อต่างชาติ รัฐบาลต่างชาติ หรือองค์กรนานาชาติแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์เรื่องใดๆ-เช่น เรื่องที่ให้คุณแก่ทักษิณ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบันอันเป็นที่รักยิ่ง-ที่ไม่ถูกใจศิษย์สำนักเศร้าหลิ่ม พวกเขาก็จะโกรธแค้นแสนสาหัส ต่อว่าบรรดาต่างชาติเหล่านั้นว่าโง่ ได้รับข้อมูลผิดๆ หรือไม่เข้าใจความเป็นไทย แล้วชักชวนศิษยานุศิษย์ทั้งหลายออกไปแสดงพลังต่อต้านบุคคล สื่อ รัฐบาล หรือองค์กรเหล่านั้น พร้อมกับสำรอกผรุสวาทออกมานับไม่ถ้วน ก่อนจะข่มขู่ว่าจะถล่มรัฐบาลต่างชาติหรือองค์กรนานาชาตินั้นๆ ให้สิ้นซากไปเสีย

 

พิสูจน์ดีเอ็นเอ

9. พิสูจน์ดีเอ็นเอ

ระดับความรุนแรง: 4
ระดับความคุ้มคลั่ง: 5
ระดับการใช้เหตุผล: 1

ศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มเชื่อฝังใจว่าคนไทยควร/ต้องมีแนวคิด ความเชื่อ บรรทัดฐาน และค่านิยมที่เป็นแบบเดียวกันหรืออย่างน้อยก็ไปในทิศทางเดียวกันทุกคน เช่น คนไทยต้องมีอุดมการณ์ประชาธิปไตยแบบไทยๆ คนไทยต้องยืนในโรงภาพยนตร์ คนไทยต้องซาบซึ้ง น้ำตาจะไหล และส่งต่ออีเมล์ที่บอกเล่าเรื่องราวหรือรูปภาพอันแสนกินใจ เป็นต้น หากมีผู้ใดบังอาจมีพฤติกรรมแตกต่างจากที่ศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มประสงค์ก็จะถูกตั้งคำถามว่า “เป็นคนไทยหรือเปล่า” หรือหากมีพฤติกรรมแตกต่างมากจนศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มไม่อาจรับได้ก็จะถูกตราหน้าว่า “ไม่ใช่คนไทย”

 

อัปเปหิริปู

10. อัปเปหิริปู

ระดับความรุนแรง: 4
ระดับความคุ้มคลั่ง: 5
ระดับการใช้เหตุผล: 1

เมื่อบรรดาศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มพบเจอคนไทยที่มีพฤติกรรมอันไม่พึงปรารถนาหรือไม่สอดคล้องกับ มาตรฐานในอุดมคติ ก็จะเกิดความรู้สึกขึ้นมาทันทีว่าเป็นความรับผิดชอบที่พวกเขาจะต้อง “เปลี่ยนแปลง” บุคคลเล่านั้นให้มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์มากขึ้นโดยการสั่งสอนหรือข่มขู่หลายรูปแบบ แต่หากความพยายามเปลี่ยนแปลงนั้นล้มเหลว พวกเขาก็จะมองว่าบุคคลเหล่านั้นเป็น “ศัตรู” ที่จะต้องถูก “กำจัด” ออกไปให้พ้นแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์และเลอค่าอย่างประเทศไทย ดังเราจะเห็นว่าศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มหลายคนใช้กระบวนท่านี้อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะไล่คนที่เห็นต่างจากตนไปเปลี่ยนสัญชาติ ไล่ไปอยู่ประเทศอื่น หรือด่าว่าไม่ควรเกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย

ตัวเลขชูชาติ

11. ตัวเลขชูชาติ

ระดับความรุนแรง: 5
ระดับความคุ้มคลั่ง: 5
ระดับการใช้เหตุผล: 0

เมื่อศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มไม่อาจใช้กระบวนท่าอื่นใดในการต่อกรในทางความคิดกับคู่ต่อสู้ได้แล้ว พวกเขาก็จะประกอบพิธี “ดึงฟ้า”หรือไม่ก็พิธี “อัญเชิญเทพบิดร” เพื่อให้คู่ต่อสู้รึสึกซาบซ่านตะลึงงัน ก่อนที่พวกเขาจะงัดเอาท่าไม้ตายขั้นต้น “112 สะท้านโลกันตร์” ออกมาใช้เพื่อสกัดจุดคู่ต่อสู้ไม่ให้ปริปากหรือเคลื่อนไหวได้เป็นระยะเวลา 3-15 ปี

 

 

 

 

เก้าอี้พิฆาตมาร

12. เก้าอี้พิฆาตมาร

ระดับความรุนแรง: 5
ระดับความคุ้มคลั่ง: 5
ระดับการใช้เหตุผล: 0

เมื่อคุ้มคลั่งถึงขีดสุด ศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มจะผนึกลมปราณขั้นสุดยอดแล้วปลดปล่อยพลังออกมาในกระบวนท่าเก่าอี้พิฆาตมาร อันหมายถึงการข่มขู่ คุกคาม หรือมุ่งทำร้ายผู้ที่มีจุดยืนหรือความเชื่อต่างจากพวกเขาด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่คิดต่างเล่านั้นไม่สบายใจ หวาดกลัว หรือไม่มีสวัสดิภาพ หรือในขั้นร้ายแรงที่สุดศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มก็ถึงกับขู่ฆ่าผู้อื่นให้ตายไปจากโลกนี้ ในการใช้กระบวนท่านี้ ศิษย์สำนักเศร้าหลิ่มไม่ได้มองว่าผู้อื่นเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับตนเอง และพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดผู้นั้นให้พ้นทางโดยไม่รู้สึกผิดแต่อย่างใด อุปมาเหมือนชายที่เอาเก้าอี้ฟาดร่างไร้วิญญาณของนักศึกษาที่ถูกแขวนคออยู่ใต้ต้นมะขามเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519

 

ปล. ท่านสามารถแลกเปลี่ยนทรรศนะในเรื่องนี้กับเพื่อนๆ บนเฟสบุ๊คได้ตามลิ้งค์นี้ http://www.facebook.com/photo.php?fbid=298771750168119&set=pu.174572589254703 

Related Posts: