มอดินแดงเดือด!

บทความพิเศษ: มอดินแดงเดือด

0

มอดินแดงเดือด!

บทความโดย วิศปัตย์ ชัยช่วย
(พิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกใน KKU TIMES ฉบับประจำเดือนตุลาคม ๒๕๔๕ โดยใช้นามปากกาว่า "หอจอดหมายเหตุองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น)

สำหรับคนที่อยู่ตั้งแต่ ปี ๔ ขึ้นไป (ที่มาสอบสัมภาษณ์โควตา) คงจะยังจำเหตุการณ์ประท้วงอธิการบดี ครั้งล่าสุดได้ นั่นเป็นเหตุการณ์ประท้วงครั้งสำคัญของอีกหน้าประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยแห่งนี้

แน่ล่ะ… เหตุการณ์ประท้วงรุนแรงภายในมหาวิทยาลัยมิใช่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
ทว่าเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ต่างกรรม ต่างวาระ…

บทความนี้มิได้มีจุดประสงค์ที่จะรื้อฟื้นเรื่องเก่า ให้เกิดความแตกแยกขึ้น หากแต่มุ่งจะเสนอแง่มุมหนึ่งของประวัติศาสตร์ มอดินแดง เพื่อเป็นอุทาหรณ์และป้องกันมิให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก ดังที่เคยเกิดขึ้นมา…ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

มาดูกันว่า ณ มอดินแดงแห่งนี้ เคยผ่านเรื่องราวของความขัดแย้งในเหตุการณ์ประท้วงมาแล้วอย่างไรบ้าง (more…)

Max Weber

ทฤษฎีองค์การบานตะไท

0

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Max Weber

ทฤษฎีองค์การ (Organizational Theories) หรือ ทฤษฎีการจัดการ (Management Theories) หมายถึง แนวคิด หลักการ หรือข้อสมมติฐานที่มุ่งบรรยาย อธิบายหรือทำนายวิธีบริหารจัดการองค์การให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งอาจอาจนับได้ว่ามีจุดริเริ่มเมื่อครั้งอดัม สมิธ (Adam Smith) เสนอแนวคิดเรื่องการแบ่งงานกันทำ (Division of Labour) ในช่วงศตวรรษที่ 18 แต่โดยทั่วไปถือว่าทฤษฎีองค์การมีจุดริเริ่มจากแนวคิดของเฟรเดอริค เทเลอร์ (Frederick Taylor) และสามารถจำแนกออกเป็น 4 ยุคหรือ 4 มุมมอง คือ Classical Viewpoint, Behavior Viewpoint, Quantitative Viewpoint และ Contemporary Viewpoint (more…)

ประเทศจีนโดยสังเขป แปลโดยกฤชวรรนธ์ โล่ห์วัชรินทร์

E-Book: ประเทศจีนโดยสังเขป (A Survey of China)

0

ประเทศจีนโดยสังเขป แปลโดยกฤชวรรนธ์ โล่ห์วัชรินทร์

ผมมีความสนใจใครู่เกี่ยวกับประเทศจีน, โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม, มาตั้งแต่เด็ก. แม้ว่าคุณวุฒิด้านการศึกษาตามระบบของผมจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเทศจีนเลย, แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งต่างๆ อยู่เสมอ. นอกจากนั้น, การทำงานในสถบันขงจื๊อ มหาวิทยาลัยขอนแก่นยังช่วยเพิ่มโอกาสให้ผมได้เรียนรู้มากขึ้นอีกด้วย. เมื่อต้นปี 2552, ความที่ได้รับมอบหมายให้บรรยายความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประเทศจีนสำหรับคณะครูในเขตการศึกษาจังหวัดขอนแก่น, ผมจึงได้แปลและจัดทำหนังสือ “ประเทศจีนโดยสังเขป” ขึ้้นมาเพื่อใช้ประกอบการบรรยายในครั้งนั้น. หนังสือเล่มบางนี้นำเสนอแต่เพียงข้อมูลต่างๆ “โดยสังเขป” และเหมาะสำหรับผู้เริ่มสนใจศึกษาเกี่ยวกับประเทศจีนเท่านั้น. หากท่านเป็นหนึ่งในนั้น, ท่านสามารถดาวน์โหลด (more…)

เจ็ดเดือนผ่านไป

0

ผมตั้งใจตั้งแต่เมื่อแรกที่เอาเท้าแตะแผ่นดินสหรัฐอเมริกาแล้วว่าจะเขียนบันทึกประสบการณ์และความรู้สึกของตนเองในการเดินทางมาเรียนต่อและใช้ชีวิตในประเทศนี้. ผมเดินทางถึงสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2554. ทีแรกตั้งใจว่าเมื่อครบหนึ่งเดือนจึงจะเขียน แต่จนแล้วจนรอดสองเดือน สามเดือน สี่เดือน ห้าเดือน และเจ็ดเดือนผ่านไป ผมก็ยังไม่ได้ลงมือเขียน.

กระนั้น, ประสบการณ์และความรู้สึกที่อยากจะเขียนก็ยังไม่ได้เลือนหายไปจากความทรงจำ. วันนี้เป็นโอกาสอันดี, ถึงพร้อมด้วยเวลาและสถานที, ผมจึงถือโอกาสบันทึกเรื่องราวเหล่านั้นไว้.ก่อนออกเดินทาง, ผมไม่คิดสิ่งใดอื่นยกเว้นแต่เพียงว่านี่คือภารกิจที่เราจะต้อง, เป็นสิ่งที่เราเพรียกหา, เป็นเส้นทางชีวิตที่ต้องเดินไป: มุ่งมั่น, มั่นใจ, เข้มแข็ง. แต่เมื่อเครื่องบินเคลื่อนตัวสู่ลู่วิ่งได้ไม่นาน, ความรู้สึกผมก็เปลี่ยนไปโดยพลัน: เมื่อถึงเวลาที่ต้องไปจริงๆ ผมกลับรู้สึกหวาดหวั่น, หวั่นไหว, และขลาดกลัว. น้ำตาผมไหลออกมาอาบแก้มโดยไม่รู้เมื่อรู้ว่าต้องเดินทางจากครอบครัวแล้วจริงๆ.

เครื่องจากกรุงเทพฯ ถึงลอสแองเจลิสใช้เวลาราว 16 ชั่วโมง. ระหว่างนั่งอยู่บนเครื่อง ผมคิดไปต่างๆ นานา, ไม่รู้ว่าเมื่องถึงอเมริกาแล้วชีวิตจะเป็นเช่นไร. ยิ่งเครื่องเล่นต่างๆ บนเครื่องใช้งานไม่ได้ ผมยิ่งคิดฟุ้งซ้านไปมาก.

เที่ยวบินนั้นไม่มีปัญหาอะไร. ผมเดินทางถึงลอสแองเจลิสเกือบเที่ยงคืน, ใช้เวลาที่ ตม. นานเกือบชั่วโมง, จากนั้นจึงต่อเครื่องไปลงเมมฟิสและโคลัมเบียตามลำดับ. ผมเดินทางถึงโคลัมเบียตอนบ่าย. ดร.แซนดี้ กับ ดร.บ๊อบ เดินทางมารับที่สนามบิน. ด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและความเหนื่อยอ่อนในหัวใจ, ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบทั้งสองท่าน, น้ำตาของผมไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวอีกครั้ง.

ช่วงเดือนแรกในอเมริกาผ่านไปด้วยความลำบากยิ่ง: ผมคิดถึงบ้าน, คิดถึงครอบครัว, คิดถึงบรรยากาศที่เมืองแทบจะตลอดเวลา. บ่อยครั้งที่ผมถามตัวเองว่าผมมาทำ อะไรที่นี่, เมื่อไหร่จะได้กลับ, กลับตอนนี้ได้หรือไม่. ความรู้สึกเคว้งคว้าง, หว้าเหว่, เหงางอย, และซึมเศร้า ถือเป็นเรื่องปรกติธรรมดาของช่วงเวลานั้น. ผมฝันถึงบ้านแทบทุกวัน, และแต่ละครั้ง เหตุการณ์ในฝันเหมือนจริงมาก.

ผมได้รับทราบข้อเท็จจริงประการหนึ่งเกี่ยวกับคนที่มาอยู่ที่นี่ว่า, “ไม่มีใครที่ไม่เหงา.” มันเป็นจริงดังนั้น: ความเหงาเป็นปกติของคนที่จากบ้านมาเรียนและใช้ชีวิตที่นี่, และผมควรจะยอมรับมันให้ได้.

เมื่อเวลาผ่านไป, ผมก็เริ่มปรับตัวได้. เพื่อนใหม่, สิ่งแวดล้อมใหม่, และชีวิตใหม่เริ่มไม่ใหม่อีกต่อไป. ขอบคุณพี่แอนและมวลมิตรจาก “มาฆะสารินทร์เอนเตอร์เทนเม้นท์” ที่จัดปาร์ตี้เป็นประจำ ซึ่งช่วยให้ทำให้คุ้นชินกับชีวิตที่โคลัมเบียและหายเหงาได้เร็วขึ้น.

ถึงวันนี้, ผมยังเหงาอยู่, แต่ก็ชินกับความเหงาเสียแล้ว. ถึงวันนี้, ผมยังคิดถึงบ้านและฝันถึงครอบครัวอยู่, แต่ก็ไม่ได้ชวนซึมเศร้าเช่นเดิมแล้ว. ถึงวันนี้, ผมยังอยากกลับไทยอยู่, แต่ก็ไม่ได้อยากกลับโดยไร้เหตุผลเหมือนหกเดือนก่อนหน้านี้แล้ว. พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ, ผมคุ้นเคยกับการเป็นนักศึกษาที่นี่แล้ว, คุ้นเคยกับการอยู่โคลัมเบียแล้ว, และคุ้นเคยกับการอยู่ห่างจากครอบครัวกว่าครึ่งโลกแล้ว.

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผมหายคิดถึงคนที่ผมรักแต่อย่างใด.

หมายเหตุ: เผยแพร่ครั้งแรกบนเฟสบุ๊คเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2555

20 เรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น

20 เรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น

0

หมายเหตุ: ปรับปรุงจาก “14 เรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น” เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2554

20 เรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น

นับตั้งแต่วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถาปนาขึ้นในวันที่ 4 เมษายน 2550, มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากมาย, ซึ่งโดยมากได้รับการเผยแพร่และผลิตซ้ำทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการอยู่แล้ว. เนื่องในวาระที่วิทยาลัยมีอายุครบ 5 ขวบในวันนี้, ผมจึงขอรวบรวมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับวิทยาลัยมาเล่าสู่กันฟัง. แม้ว่า 20 เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้จะเป็นเพียง ”เหตุการณ์ที่ไม่สำคัญ” แต่ผมมั่นใจว่า 20 เรื่องนี้จะช่วยฉายภาพและบอกเล่าเรื่องราวของวิทยาลัยให้สมบูรณ์มากขึ้น. เชิญอ่าน…
เรื่องที่ 1: วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่นมีชื่อภาษาอังกฤษว่า College of Local Administration, เรียกอย่างย่อว่า “COLA” ซึ่งทำให้หลายคนนึกถึงบริษัทผลิตน้ำอัดลมมากกว่านึกถึงคณะวิชา. (more…)
FeaturePic

Designing the COLA Family: รวมตราสัญลักษณ์กิจกรรมนักศึกษา วปท.

0

Designing the COLA Family

เมื่อว่างเว้นจากภาระงานสอนที่วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น ผมมักจะใช้เวลาว่างด้วยการออกแบบตราสัญลักษณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมนักศึกษา ที่ท่านจะได้เห็นต่อไปนี้คือผลงานจำนวนหนึ่งซึ่งออกแบบในช่วงปี 2553-2554 โดยจำแนกออกเป็นสองกลุ่ม คือ ตราสัญลักษณ์สำหรับกิจกรรมนักศึกษาในภาพรวม และตราสัญลักษณ์สำหรับชุมนุมกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งโดยเฉพาะ สีหลักที่ใช้ในการออกแบบคือสีแดงเลือดนก-อันเป็นสีประจำวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น-ซึ่งหมายถึงพลังและความมุ่งมั่น ส่วนสีเหลืองทองใช้หมายถึงความเจริญรุ่งเรืองและความสร้างสรรค์ ตราสัญลักษณ์ทั้งหมด-ยกเว้น “COLA Family” และชุมนุมเชียร์-จะปรากฏสัญลักษณ์ดาวเหนือ-อันหมายถึงนักศึกษาวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น-อยู่เสมอ  การออกแบบตราสัญลักษณ์สำหรับชุมนุมกิจกรรมได้รับแรงบันดาลใจจากตราอาร์ม (Coat of Arms) ของต่างประเทศ โดยจะมีลักษณะของตราอาร์ม เช่น โล่ และแถบผ้า เป็นต้น ทั้งนี้ ตราสัญลักษณ์สำหรับชุมนุมกิจกรรมส่วนใหญ่จะปรากฏดอกกาลพฤกษ์-อันเป็น (more…)

Some Thought on Organism Metaphor in Thai Politics

Some Thought on Organism Metaphor in Thai Politics

0

Some Thought on Organism Metaphor in Thai Politics

The metaphorical view of organizations as organisms that work in unity is generally welcome in Thailand. It has not been adopted by political scientists and public administration scholars as the ideology only for bureaucratic organizations, but also for the nation as a whole. During the authoritarian regime in the 1950s and 1960s, the metaphor was introduced, adopted, and propagandized by the governments in order to promote unity and uniformity among the Thai people.

In this metaphorical view, Thailand is an organism – a human body, in particular – in which individual persons, households, and organizations serve as cells and organs. To keep the body fully function, the individual microscopic elements and organs must perform their duties consistently and in accordance with orders from the brain. At times, the organism metaphor was substituted by a similar metaphor, the nation (or bureaucratic organizations as a house, where the people serve as family member under the fatherly care of the leaders.

These metaphors aim not only at promoting efficiency, unity, and uniformity, but also manipulating people’s thought and behavior, and, simultaneously, maintaining power and authority within a small group of national elites.

ยาหยอดตาชาดนิยมบรรจุกล่องสีเขียวแดง

ยาหยอดตา “ชาดนิยม”

0

ยาหยอดตาชาดนิยม

ใหม่! ขอแนะนำยาดีที่ทุกบ้านควรใช้

ยาหยอดตา ตรา “ชาดนิยม”

สรรพคุณ:
ใช้บรรเทาอาการแสบ คัน ระคายเคืองตา ตาเหลือง ตาหลากสี อาการน้ำตาไหลพรากตลอดเวลาอันเนื่องมาจากฝุ่นเข้าตา หรืออาการที่เกิดจากโรคกลัวทักษิณ (Thaksinophobia) โรคอากงโกโฟเบีย 112 (Akongophobia 112) โรคไข้ความเป็นไทยขึ้นสมอง เมื่อใช้แล้วตาท่านจะสว่างยิ่งกว่าพระจันทร์วันเพ็ญ ใช้หยอดหูแก้คันหูก็ได้ สรรพคุณดีเลิศกว่าน้ำป้าเช็(more…)
Go to Top